วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เรื่องขำขัน ภาคต่อในการทำงาน アルバイトの社会

ลงดึกมากกเนื่งจากกลางวัลทำงานกลางคืนเรียนและกิจกรรม.....ประเด็นจะเล่าคือก็ทำงานร้านอาหารแหละแต่พอดีว่า เราก็ไปเสริฟตามปกติ.ทุกคนจะมีพักเปรกแต่เราไม่มีค่ะนั้นไม่ใช่ปัญหาค่ะ
คือทุกครั้งก่อนเสริฟเราจะต้องเรียมทุกอย่าตามเซตในรูปภาพ.แต่ถ้าคนที่รู้และชอบญี่ปุ่นหรือแม้แต่คนญี่ปุ่นเองจะรู้ว่ามีข้อผิดพลาด??ตรงไหนในเซตนั้น ซึ่งสิ่งที่ผิดพลาดคือการวางข้าวค่ะ.คิดไม่ถึงใช่ไหมล่ะ.แต่การวางข้าวถือเป็นวัฒนธรรมหรือธรรมเนียมของเขาเลย  แต่แล้วเมื่อตัวจุฬาเองได้เผลอเอ่ยปากออกไปว่า  คือจะบอกก่อนว่าเราไปทำงานใหม่เราก็จะไม่ค่อยรู้ว่าอะไรคืออะไรเท่าไร. แต่ถามว่าจำได้ไหม จำได้ค่ะแต่ไม่ทั้งหมด.เขาก็เลยบอกจุฬาว่าเนี่ยถ้าไม่รู้ว่าเซตไหนต้องทำยังไงให้เปิดดูเมนูเลยน่ะจะได้จัดถูก.เราก็ค่ะๆๆ.ตามมารยาทแต่ก็เผลอพูดออกไปว่า (จุฬา)"อ๋อ พอดีชินกับการวางข้าวแบบญี่ปุ่นค่ะก็เลยงงๆ"เขาเลยถามกลับว่า "วางแบบไหน" เลยตอบกลับไปว่า โดยปกติคนญี่ปุ่นจะวางข้าวทางด้านซ้ายไม่ใช่ขาวแบบเรา" เขาเลยถากลับอีกว่า "เอ่แล้วเราวางให้ลูกค้าแบบไหน".ตอบกลับ."ตามในรูปเลยค่ะทางขวามือ".เราเองไม่กล้าขัดเพราะก็มาใหม่.(ในใจอยากจะทำตามที่ญี่ปุ่นถือกำเนิด) แต่แล้วก็มีพีี่อีกคนในครัวเขาก็เลยพูดว่า "ที่นี้ไทยพี่..ไม่ใช่ญี่ปุ่นวางแบบไทยๆ" แวบแรกปังเกิดเลย (ในใจ) เอ๊ะ...เดี๋ยวน่ะ นี้มันร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ใช่หรอ แต่ก็ไม่พูดะไรก็แต่แต่หัวเราะกลบเกลื่อนพลางๆ ขำๆ แต่อยากบอกว่าถ้าลองสังเกตเมนูที่เราสั่งดีๆน่ะค่ะ ในู่ปภาพของเมนูที่เป็นเซต ข้าวจะอยู่ซ้ายมือแน่นอน แต่พอพนักงานมาเสริฟข้าวจะอยู่ขวามมือทันที นี้คือเรื่องจริงที่เจ,กับตัวเองอีกครั้งค่ะ คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ :) お休み いい夢見た。

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทสรุป การทำงานกับคนญี่ปุ่น vs คนไทย

เอาจริงๆก็ดีทั้งสองอย่างค่ะ แต่เราเองจะตัดสินทั้งหมดเลยก็ไม่ได้มันแค่เเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่เราเองพบเจออยู่บ่อยครั้งและเราก็จะละเลยไปไม่รู้จบ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนก็ต้องอดทนไว้ ถ้าถามว่าทำไมถึงมาทำหละถ้าคิดว่ามันไม่ดี.เอาจริงๆเราเคยถามตัวเองไหมค่ะว่าเราต้องการอะไรกันแน่กับสิ่งที่ทำ คำตอบของบ๋อม คือเงินค่ะ เอาเงินไปทำอะไร ไม่เห็นแปลกใครๆก็ต้องอยากได้เงิน ตอบเลยว่าจริงค่ะ แต่เงินที่ว่านี้บ๋อมตั้งใจว่าจะเก็บไว้ไปพัฒนาตัวเองด้านภาษาและสอบวัดระดับให้ได้ดีๆ เพราะบ๋อมเองไม่ได้เรียนคณะนี้โดยตรง แต่บ๋อมก็อยากจะเอาสิ่งที่ตัวเองรักและชอบมาพัฒนาซึ่งกันและกัน.ซึ่งวันหนึ่งเมื่อบ๋อมสอบผ่านในระดับนั้น บ๋อมเองก็จะขอทุนเพื่อสอบต่อเพื่อจะไปทางานที่ญี่ปุ่นอีกที งานตรงนี้มันเป็นแค่ก้าวแรกๆด้วยซ่ำแต่บ๋อมแค่รู้สึกว่าเราละเลยอะไรไปรึเปล่า.เราให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน ไม่มีใครบอกเราได้หรอกว่าดีไม่ดี มันอยู่ที่ความรู้สึกและประสบการณ์ที่แต่ละคนเคยผ่านมา เจอมากๆก็ยิ่งใช้ชีวิตเก่งขึ้น ดังนั้นที่อยากบอกถึงความแตกต่างของการทำงานใน 2 ประเทศที่เคยทำมา บ๋อมก็ยีงชอบความเอาใจใส่ทุกตารางนิ้วของญี่ปุ่น แต่ข้อเสียก็มีค่ะจะทำให้เราตามไม่ค่อยทันแล้วก็จะรู้สึกอึดอัดบ้าง.(แค่กับบ๋อมบ๋อมสนุกที่ได้ทำงานร่วมกับเขาน่ะ ส่วนคนอื่นเราไม่รู้) กันคนไทยเราก็ดีค่ะเราเองเป็นสยามเมืองยิ้ม.เรายิ้มได้ดีตลอดเวลา เรามีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองเหมือนกันแต่ไม่เคยหยิบมาใช้ได้ภูกเวลาเลยเพราะเราละเลยไงค่ะ.เราละเลยสิ่งที่ไม่ละเอียดอ่อน เมื่อเกินปรัญหารเรามักพูดว่า "ไม่เป็นไรหรอก ช่างมันเถอะ"  แต่ที่โน้น "ไม่น่ะคณต้องทำให้ได้ซิ.คุณมีศักยภาพมากแค่ไหนทำออกมาให้ได้ซิ แค่นี้จะปล่อยไปได้ยังไง" เอาแค่ละคนก็ยังทำให้เราอยากทำงานพาท์ไทม์เลยค่ะ. แต่พอเป็นบ้านเรากลับเจอแต่ลูกเศรษฐีทั้งนั้นเลย ถึงบอกว่าแค่เรื่องเล็กๆที่ไม่สนใจ.มันคือปัญหาใหญ่ที่เราเจอจนเบื่อ.....

บทความ (2) การทำงาน คนญี่ปุ่น VS คนไทยที่เจอกับตัวเอง

ต่อบทความ (2) คือพี่ที่ทำงาน(ท)ก็ดีน่ะค่ะเพียงแต่เขาจะมาทำงานเพียงเพราะฉันจะทำงานไปวันๆเท่านั้น แล้วนี้นี้ก็เลยได้ถามพี่ที่ทำงานที่เป็นคำถามคน(ญ) เองก็สงสัย "พี่ค่ะทำไมต้องเสริฟอาหารกับกิมจิด้วยค่ะ"
คนแรก:"ไม่รู้ซิ..พี่มาทำงานนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน"
คนที่ 2 : "เพื่อให้มันครบเซทอาหาร"
เราเองเลยคิดในใจ.กิมจิ.คืออาหารเกาหลีและคนญี่ปุ่นไม่ใช้เป็นเครื่องเคียงด้วย  ซึ่งจะโทษพนักงานไม่ได้หรอกค่ะ มันหน้าจะเป็นแบบนี้เกือบทุกที่เลย. ตอนที่เราเองทำงานกับคนญี่ปุ่นเขาก็จะมีมุมเลนๆมุมทำงานปะปนกัน.แต่ส่วนใหญ่ทำงานลูกเดียวเข้าออกตรงต่อเวลาเสมอ จนตัวเราเองยังอายเลยค่ะ เขาทำงานแบบเป็นทีมน่ะค่ะ ไม่ได้มองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆไปเลย เลยกลายเป็นความรู้สึกที่เห็นความแตกต่างได้ชัดของ เขาและเรา

ความแตกต่างที่เจอกับตัวเองเมื่อทำงานกับคนญี่ปุ่น และทำงานกับคนไทย

คือวันนี้เป็นวันแรกที่ทำงาน ครั้งแรกที่เข้าไปรับรู้ได้เลยว่า.ทำงานกับคนญี่ปุ่นแตกต่างจากทำงานกับคนไทยยังไง คือลืมบอกว่าไปทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง(ไม่ขอเอ่ยนาม) ด้วยความที่มีญี่ปุ่นอยู่ในใจ เรามักจะเห็นความเป็นจริงของญี่ปุ่นทั้งดีและเสียแน่นอนว่า ตัวเราเองเคยไปร่วมงานกับคนญี่ปุ่นมา ซึ่งมันต่ากันน่ะค่ะ คนญี่ปุ่นเขาค่อนจ้างใส่ใจเรื่องอาหารและลูกค้าเป็นเอามากๆ ที่สำคัญหากมครรับผิดชอบหน้าที่อะไรก็ตามต้องปฎิบัติและรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง แต่ที่ที่ไปทำไม่ใช่ว่าไม่ดีน่ะ เขาก็ใส่ใจอาหารน่ะค่ะ แต่เมื่อรามองเข้ามาด้านในวุ่นวายเอามากๆ เพราะพนักงานต่างทำทุกอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ของเรา ไม่ได้จะบอกว่าให้เห็นแก่ตัวแต่เพียง รับผิดชอบ ในหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตอนที่เราไปทำงานกับคนญี่ปุ่นน่ะค่ะ เขาจะไม่ค่อยเล่นกันซักเท่าไร เพราะมันเป็นการให้เกรียจกัน (1)