วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558

วิธีเขียนบันทึกประจำวัน 日本語

こんばんわ皆さん^__^วันนี้ขอเอาสาระมาลงบล๊อคตัวเองหน่อยละกันเนอะ พอดีวันนี้ไปห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมาคะและก็บังเอิญไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเขียนภาษาญี่ปุ่น พอเราเปิดอ่านเท่านั้นแหละอดยืมมาไม่ได้ เพราะส่วนตัวชื่นชอบอยู่แล้วและก็อยากเก่งให้มากขึ้น มีหลายครั้งที่พยายามจะเขียนไดอารี่ของตัวเองให้เป็นภาษาญี่ปุ่น เผื่อไว้ว่าไปลืมไว้ที่ไหนแล้วบังเอิญไปเจอเจ้าชายรูปงามแห่งเมืองอาทิตย์อุไทมาเก็บไว้ให้(เอิ่ม..นี่ก็มโนไม่เกี่ยวกัน) เริ่มแรกเลยก็มาจากการที่ตอนเด็กๆเคยดูแฮมทาโร่(หนูน้อยแฮมทาโร่) แล้วในทุกๆวันตัวละครจะชอบเขียนไดอารี่ตลอดแล้วเราก็อยากจะเขียนบ้าง แต่ทำได้ไม่นานก็เลิกไป แต่พอโตมาก็ไปดูซีรี่ญี่ปุ่นหลายเรื่องเลย (ดูเยอะจนจำไม่ได้L) เลยอยากลองเขียนดูบ้างโฮ้ย!! Su-goi จริงๆการเขียนไดอารี่เนี่ย อีกทั้งยงเป็นตัวบันทึกความทรงจำหลายๆอย่างแต่ประเด็นมันไปอยู่ตรงที่ “อยากเขียนภาษาญี่ปุ่นจัง”คือแค่ตัวอักษรก็น่ารักแล้วอะ ทำไมนะ ทำไมถึงเขียนไม่ได้สักที ก็เลยถือว่าโชคดีมากๆเลยที่ไปเจอหนังสือเล่มนี้ เพราะเค้าไม่ได้บอกแค่การเขียนบันทึกต่างๆ ยังมีอีกมากมายเลย (ขอไม่ไล่ละกัน) และอีกอย่างที่เขียนขึ้นมาเพราะก็คิดว่ามีบุคคลกลุ่มเล็กๆก็ดีใจละ ที่อยากจะรู้และก็เขียนไดอารี่ของตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่นน่ารักๆลงในไดอารี่ของตัวเอง
日記を書く(ni-ttsu ki wo kaku)   เขียนบันทึกประจำวัน
この()では、日本語(にほんご)日記(にっき)()くことを学習(がくしゅう)します。(あたら)しい(とし)(はじ)日記(にっき)をつけ(はじ)める(ひと)(おお)いのですが、いつても()きたいときに書きましゅう。。
มาเรียนเขียนบันทึกประจำวันเป็นภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ เชื่อว่าคงมีหลายคนที่อยากจะเขียนบันทึกประจำวันเป็นภาษาญี่ปุ่นแบบเรานะคะ สู้ๆๆ (คำภาษาญี่ปุ่นขอไม่แปลนะ)
ขั้นที่ 1 日付(ひづけ)  **日記(にっき)日付(ひづけ)大切(たいせつ)です。(わす)れずに()きまじゅう。
  1.วันที่   สำหรับบันทึกประจำวัน  การลงวันที่เป็นสิ่งสำคัญอย่าลืมเขียนนะคะ


ขั้นที่ 2 文体(ぶんたい) **日記(にっき)は「である(からだ)」が一般的(いっぱんてき)ですが、あなたが「ですます(からだ)」で()きましょう。あなたの自由(じゆう)です
  2.รูปประโยค   โดยทั่วไปจะใช้รูปประโยค 「である」เวลาจดบันทึกประจำวัน  แต่ถ้าคิดว่าใช้รูป「ですます」ดีกว่า ก็ใช้รูป「ですます」ได้ ขึ้นอยู่กับว่าชอบรูปไหน


ขั้นที่ 3 内容(ないよう)     **その()に、自分(じぶん)がしたこと、()たことについて(かんが)えてみましょう。その()新聞(しんぶん)テレビ(てれび)ニュ(にゅ)()について()くのもいいでしょう。()()えると、いっそう(たの)しくなります。
      3.เนื้อหา   ให้คิดถึงเรื่องที่ทำในวันนี้หรือพบเห็นในวันนั้น แล้วลองเขียนความรู้สึกของตัวเองลงไป หรือเขียนเกี่ยวกับข่าวในหนังสือพิมพ์หรือข่าวในทีวีก็ได้ถ้าวาดภาพประกอบจะยิ่งทำให้เรื่องราวดูมีรสชาติมากขึ้น

                   

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558

始めまして、王子さまの私

お  
う 
じ 
さ 
ま 
の 
วันหยุดนี้ควรเป็นวันหยุดที่แสนสบายใจ แต่กลับเป็นวันที่ทุกข์ใจของใครบางคน ฉันได้ยินข่าวมาว่าคุณอยากเดินทางกลับมาที่ไทย และยังคิดถึงบ้านของฉันอยู่ ขอบคุณนะคะที่ชอบบ้านฉัน ฉันรู้สึกดีใจมากเลยนะรู้ไหม..ฉันกลัวว่าคุณจะไม่ชอบบ้านฉันซะอีก ฉันเฝ้ารอคุณมาตลอดเลยเพราะหวังว่าอยากจะพบคุณอีกครั้ง
    แต่ทำไมนะ  ทำไม  ทำไมกัน เมื่อฉันเปิดหนังสือเพื่อจะอ่านภาษาของบ้านคุณฉันกลับจำคำศัพท์ไม่ได้ ฉันได้แต่อ่านออก แต่ไม่สามารถแปลมันออกมาได้ ฉันได้แต่อ่านทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร ฉันอยากจะพูดคุยกับคุณให้รู้เรื่องจัง อยากจะพูดกับคุณราวกับเป็นคนประเทศเดียวกันกับคุณ แต่ทำไมกันเมื่อฉันเริ่มจะทำมัน กลับจำอะไรไม่ได้เลย ฉันอยากไปที่บ้านคุณสักครั้ง เพียงสักครั้ง จนบางครั้งฉันอยากจะเดินหันหลังกลับ แต่แล้ว...ปลายทางกับต้นทางมันช่างไกลพอๆกัน และฉันเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป

     ฉันได้แต่บอกตัวเองให้พยายามเข้า เพื่อหวังว่าสักวันฉันจะคุยกับคุณรู้เรื่อง ฟังออก อ่านได้ เขียนได้ แปลได้ และฉันก็ได้ภวนาให้ความพายามของฉันจะพาฉันเดินไปสู่ปลายทางที่ฉันฝันถึง แล้วฉันคิดถึงคุณจังเลยคะ ......กลับมาอีกครั้งนะคะฉันยังรอคอยอยู่ 
いつか。。

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558

ฉันเป็นใคร ใครตอบได้ (2)

กาลเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เด็กคนนั้น เด็กที่ออกมาจากตัวเธอวันนี้วันนี้เธอได้โตขึ้นมาเป็นเด็กสาวที่น่ารัก ใครๆก็มักจะบอกว่าเธอน่ารัก ไม่ว่าใครก็รักและเอ็นดูเธอ จนกระทั่งวันนี้ที่เธอได้เขาเรียนชั้นมอปลายเธอดูเป็นสาวเต็มตัว แต่เธอกลับดูเปลี่ยนไป ในวันนั้น บนโต๊ะอาหาร บรรยากาศช่างเงียบ ได้ยินเพียงเสียงแอร์ที่ดังในขณะนั้น เธอนั่งก้มหน้าพร้อมกับเขี่ยอาหารที่อยู่บนโต๊ะ “คุณหนูคะคุณแม่ติดงานคงกลับมาไม่ทันอาหารเย็นหรอกคะ"เสียงของหญิงผู้หนึ่งพูดขึ้น เธอวางช้อนส้อมลงแล้ววิ่งขึ้นไปบนห้อง เธอเป็นอะไรฉันสงสัยทำไมเธอดูเศร้าใจ ทำไมเธอดูไม่สดใส และเวลาไปโรงเรียนทำไมเธอดูไม่สนุกอาซะเลย เธอเป็นอะไรกัน ฉันสับสน
ฉันเป็นใคร ใครตอบได้
ฉันเฝ้ามองชีวิตของโกคนนี้ไปสักพักก็ทำให้นึกถึงเพลงๆหนึ่งขึ้นมา “โรงเรียนของเราน่าอยู่..คุณครูใจดีทุกคน..เด็กๆก็ไม่ซุกซน..พวกเราทุกคนชอบไปโรงเรียน”
ฉันตั่งคำถาม ถ้าโรงเรียนหน้าอยู่ ทำไมเธอถึงไม่อยากไปเรียนละ
ถ้าคุณครูใจดี ทำไมครูถึงไม่สนใจเธอละ
ถ้าเด็กคนอื่นๆไม่ซุกซน ทำไมเธอถึงโดนแกล้งละ
แล้วอย่างนี้เธอจะยังชอบโรงเรียนอยู่ไหม?



ฉันเป็นใคร ใครตอบได้

ครั้งหนึ่ง ...ก่อนทุกอย่างจะเริ่มต้น ฉันมองดูหญิงสาวคนหนึ่งเธอร้องตะโกนด้วยความโอดโอย เพราะความเจ็บปวด ทรมาน ฉันมองไปสงสัยว่านั่นคืออะไรกัน ทำไมหญิงสาวผู้นั้นถึงเจ็บปวดขนากนี้ ข้างกายเธอมีผู้ชายคนหนึ่งยืนจับมือเธอไว้และดูท่าทางดีใจกับอะไรสักอย่าง รอบกายเธอเป็นห้องสีเขียว แสงไฟสว่างส่องไปหาเธอเพียงคนเดียว มีผู้ชายถือใบมีดพร้อมที่จะกรีดลงบนเนื้อของเธอ เธอยังคงร้องด้วยความเจ็บปวด ถัดจากชายถือมีดก็มีคนคอยจดอะไรสักอย่างในกระดาษแผ่นหนึ่ง ฉันสงสัยนั่นกระดาษอะไร ถัดไปอีกก็มีคนคอยยื่นมีดให้กับชายผู้นั้น ฉันสงสัยว่าทำไมกันชายผู้นั้นจะทำอะไรกับเธอ ฉันมองไปรอบๆ ก็ยังคงสงสัยในเมื่อเธอเจ็บทำไมเธอไม่ลุกออกไป ทำไมเธอถึงทำร้ายตัวเอง ทำไมชายผู้ชายคนนั้นที่จับมือเธออยู่ถึงยอมให้คนอื่นมาทำร้ายผู้หญิงคนนี้ ฉันสงสัยว่าทำไม แต่ไม่นานก็มีสิ่งมีชีวิตออกมาจากตัวออกหญิงสาวผู้นั้น ฉันสงสัยว่ามาจากไหน ออกมาได้ยังไง และทำไมตอนนี้มาหญิงสาวผู้นี้ถึงไม่ร้องแล้ว และทำไมหญิงสาวผู้นี้และชายหนุ่มคนนั้นถึงต้องมีน้ำออกมาจากตา และหันไปยิ้มให้กัน เธอไม่เจ็บปวดแล้วหรือ ความเจ็บปวดนั้นหายไปได้ยังไงกัน เพราะสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆนี้เองหรือ ที่ทำให้เธอหายเจ็บ สวยตาของทั้งสองคนดูมีความสุขอย่างที่อธิบายไม่ได้
ฉันเป็นใคร ใครตอบได้

ฉันยังคงเฝ้ามองหญิงสาวผู้นี้ต่อไปเธอได้ให้กำเนิดเด็กผู้หญิง มาหนึ่งคนเด็กคนนั้นคือสิ่งมีชีวิตที่ฉันเคยสงสัย หญิงสาวผู้นั้นยังคงดำเนินชีวิตต่อไป แต่หญิงสาวในวันนั้นเริ่มจะไม่ใช่หญิงสาวขึ้นทุกวัน เมื่อมีเด็กผู้หญิงคนใหม่เกิดขึ้นมาฉันมองไปที่เด็กคนนั้นเธอร่าเริง เธอน่ารัก เธอคอยเชื่อฟังหญิงสาวผู้นั้นอย่างไม่เปลี่ยนไป ฉันดีใจจังที่เห็นหญิงสาวและเด็กคนนั้น มีความสุข 

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

物語.ものかたり.ฉันจะได้พบเธอไหม.....

เช้ายามแดดอ่อน ลมที่พริ้วเบา ทุกอย่างเงียบงัน ฉันยืนสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด อากาศช่างเย็นสบายและดีอะไรอย่างนี้ ฉันนั่งลงที่ระเบียงและถือถ้วยกาแฟไว้ในมือ มันช่างแตกตากกับเมืองที่สุดแสนวุ่นวายกันโดยสิ้นเชิง ฉันสบายใจ แต่ลืมอะไรไปหรือเปล่าฉันมีพารกิจที่ฉันต้องมาที่นี้ ฉันต้องตามหาเธอ วันนั้นหลังจากออกจากที่พักฉันเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งแต่ละที่ฉันไม่เคยเห็น และไม่รู้จักมาก่อน แต่ฉันก็ยังคงดึงดันที่จะตามหาต่อไป ฉันเดินทางไปที่สะพาน แห่งหนึ่งฉันเคยได้ยินชื่อแต่ฉันไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับสะพานแห่งนี้เลย เธอเคยมาที่นี้ใช่ไหม มาที่นี้แล้วฉันจะเจอเธอไหม ฉันต้องเดินทางไปไกลขนาดไหนนะ ผู้คนทำไมช่างมากมายเหลือเกิน ฉันอยู่ที่ไหนกัน และเธออยู่ที่ไหนกัน ทำไมแดดช่างร้อนจัง ฉันเหนื่อยจนจะเดินไม่ไหวแล้วนะ ฉันอยากจะเดินทางไปต่อจังเลย แต่ทำไมเส้นทางที่เดินมามันช่างไกลออกไปเรื่อยๆ ฉันจะเข้าไปใกล้เธอได้ยังไง หรือที่ฉันทำอยู่ตอนนี้ฉันแค่ฝันไป คำตอบของฉันมีใครตอบได้ไหม เธออยู่ไหน เธอเป็นใคร ..........และเราจะได้พบกัน(อีก)ไหม??



**ภาพนี้ถ่ายที่ ณ กาญจนบุรีย์

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

last day.......ไม่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีก

เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆกับตัวบ๋อมเองค่ะ
      มันเป็นวันที่บ๋อมได้มีโอกาศไปดูคอนเสิร์ทกับศิลปินที่บ๋อมชื่นชอบ (ขอไม่เอ่ยถึงแล้วกัน) ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด และอีกอย่างพ่อกับแม่ก็ไม่เคยปล่อยให้เราไปไหนไกลๆคนเดียว ยิ่งถ้ามาไกลอย่างกรุงเทพฯแล้ว เขายิ่งเป็นห่วงแต่ครั้งนี้ถือว่าโชคดีจริงๆที่มาได้ แต่ที่ภูมิใจกับตัวเองสุดๆคือ ทำไมถึงกล้า backpack เดินทางมาคนเดียว ทั้งๆที่ก็กล้าๆกลัวๆ บอกเลยความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นอย่างเดียวเลย แทบนอนไม่หลับ เพราะอยากจะเจอศิลปินเอามากๆ แต่แล้ววันงานเมื่อไปถึงสถานที่จัดงานบ๋อมก็ยังงง อีกทั้งมาเช้าเกินไปไม่รู้จะไปยังไงแถมเป็นครั้งแรกด้วยที่ศิลปินมา และตัวเราเองก็ได้เจอเขาครั้งแรกแวบแรกที่ถึงหน้างาน กังวลเอามากๆเลยค่ะ เพราะเรามาคนเดียวแถมไม่รู้จักใครด้วย แต่ความคิดตอนนั้นคือ "เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน" บ๋อมเดินไปทางโรงจอดรถของงาน ซึ่งไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ ตอนนั้นกลัวจะมาผิดวันมาก เพราะไม่เจอใครเลย ก็เลยตัดสินใจเดินเข้าไปถามพี่กลุ่มหนึ่งที่เขานั้งอยู่ตรงใกล้ๆกับงาน เท่านั้นแหละพี่เขาบอกว่ามางานเดียวกันโฮ้ยย ... โล่งใจสุดๆไปเลย เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่มารอที่เดียวกัน ก็เลยรบกวนพี่เขาเข้าไปงานพร้อมกัน พี่ๆเขาน่ารักและก็ใจดีมากๆเลยค่ะ
    นาทีที่เราทุกคนรอก็มาถึงเมื่องานกำลังจะเปิด บ๋อมเองกับพี่ๆเขาก็เตรียมตัววิ่งเพื่อจะเข้างานให้ทันและได้อยู่ข้างหน้า ตอนแรกพอไปถึงได้อยู่แถวกลางๆแต่พอเขาเปิดประตูเพิ่มก็เลยได้อยู่ข้างหน้า แต่ที่โชคดีมากๆคือบังเอิญได้อยู่ข้างๆพี่คนที่เขาพาเราเข้างานมาพอดีเลยคะ ดีใจมาก ก็ยืนพูดคุยกับพี่เขายาวเลยเรื่องศิลปินที่เราชอบ พี่เขาจะเป็นเมนศิลปินอีกคน แต่เราก็พูดคุยกันได้ วันนั้นคือนเราพากันยืนรอศิลปินทั้งฝนตก จนนั้งไม่ได้ แถมยังเบียดกัน แต่พี่เขาก็ให้เราอยู่ร่มด้วย ก่อนที่ศิลปินจะออกมาพี่เขาได้ถามเราว่า "แล้วเราจะกลับวันไหนเนี่ย กลับทันไหม" เพราะว่าวันนั้นเราดันจองคิวรถไว้เรียบร้อยแล้ว เราก็ตอบพี่เขาตามสถานการณ์เลย ในที่สุดศิลปินก็ออกมา เราสนุกสนานกันมาก แถมยังให้เบอร์โทร กับ e-mail พี่เขาไปด้วย แต่เราไม่ได้เบอร์พี่เขาเพราะตอนนั้นโทรศัพท์หยิบยากมาก แต่แล้วเวลาก็ดันไม่เป็นใจ เมื่อเพียง 1 นาทีเท่านั้นหลังจากที่งานเลิก ตัวเราเองต้องรีบกลับ เพราะกลัวจะไม่ทันขึ้นรถกลับ เพราะแถวงานรถติดอย่าบอกใครเลย นาทีนั้นเพื่อนๆพี่เขาก็เข้ามาหาพอดี แต่ตัวเราก็รีบจริงๆ เลยไม่ได้บอกกล่าวอะไรพี่เขาเลย พอจะหันไปบอกคนก็เดินสวนไปมาเลยตัดสินใจวิ่งไปรอรถเพื่อจะกลับ................
บอกเลยว่าตอนนั้นรู้สึกผิดมาก ที่ไม่ได้อยู่คุยกันต่อ ทั้งๆที่ดีใจมากๆเลยที่เจอพี่เขา จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงจำชื่อจำหน้าพี่เขาได้ แถมยังมีรูปถ่ายที่ถ่ายด้วยกันอีก แต่เสียดายที่พอจากวันนั้นจะ 3 ปีแล้วก็ไม่ได้เจอพี่เขาอีกเลยทั้งๆที่อยากเจอมากแค่ไหน แต่ไม่คิดเลยคะว่าแค่ไม่กี่นาที ก็ทำให้ไม่ได้เจอกันอีกเลย
อยากขอบคุณสำหรับวันนั้นมากเลยน่ะค่ะ ขอบคุณจริงๆ เพราะถ้าวันนั้นบ๋อมไม่เจอพี่บ๋อมอาจจะไม่สนุกขนาดนี้ก็ได้ และบ๋อมยังหวังอยู่เล็กๆน่ะค่ะว่าจะได้เจอพี่อีครั้ง แค่ครั้งเดียวถ้าได้เจอกันอีก

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เมื่อจุฬาพูดคุยกับคนญี่ปุ่น :)

พอดีเดินไปเลยลองเดินไปชิมชาชองเขาดู แล้วเราก็ถามเขาว่า
me:นี้คือชาอะไรหรอค่ะ (ภาษาญี่ปุ่น)
japannes : เขาตอบแล้วก็ยิ้ม แล้วก็พูดกะเรารัวเลย บอกว่านี้เป็นชาขาวจากคุมาโมโตะค่ะ มีที่คุมาโมโตะที่เดียวน่ะ รสชาติจะต่างจากที่อื่นใช่ไหมค่ะ
me : ค่ะ รสชาติค่อนข้างหวานๆ
japannes : ใช่ค่ะชาของเราจะค่อนข้างหวาน
me : อร่อยมากเลยค่ะ
ปล.คือเขาดูน่ารักมากเลย พอเราฟังเขาพูดแล้วเรารู้สึกว่าเขาดูมีความรู้จริงๆอ่ะน่ะ แล้วด้วยความที่เขาก็รู้ว่าเราเป้นคนไทยน่ะค่ะ แต่รู้สึกกว่าเขาดูเป็นมิตรดี แต่อันนี้คือเห็นมากะตาน่ะ แล้วก็เข้าไปพูดกะเขาเอง ถามว่ารู้สึกเขินไหน ก็มีนิดหน่อยน่ะ แต่เราเองไหนๆก็เรียนมา ก็เอาวิชาที่ฝึกฝนมาเนี่ยแหละ มาใช้ สำหรับตัวเราการได้ลองพูดอะไรแบบนี้ดู มันเหมินเติมความรู้ใส่สมองให้ตัวเองไม่รู้จบ แม้วว่าจะเคยเรียนมาแต่ใช่ว่าจะเก่งทุกคนจริงไหม ถ้าไม่ได้ใช้มันเราก็ลืมได้ตัวบ๋อมเองคำง่ายๆยังลืมเลย ตอนนี้ก็รู้สึกเลิกกลัวกับเจ้าของภาษามากขึ้นแม้ว่าจะยังไม่เก่ง หรือเรียกได้ว่าไม่เก่งเลย แต่ก็ยังคงจะพัฒนาตัวเองต่อไป ให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้

โอ้ยยยยาวเนอะวันนี้เหมือนฟังคนบ่นอะไรไม่รู้ให้ฟัง  ก็รู้ทั้งรู้น่ะว่าไม่มีใครอ่าน หรือคนที่อ่านก็ต้องขอบคุณเป็นอย่างสูง แค่อยากจะเล่าประสบการณ์เล็กๆน้อยให้ฟังเพราะบ๋อมเองก็ไม่ใช่คนที่เก่งโคตร หรือเป็นญาติคนดังที่ไหนและไม่ใช่คนที่โตมาด้วยกองเงินกองทอง แต่อยากบอกคนที่มีความพยายามเหมือนๆกันว่า เราทุกคนไม่มีใครเดินมาผิดทางขึ้นอยู่กับว่าเราจะเชื่อมั่นกับทางที่เดินแค่ไหน  เดี่ยวยาวแค่นี้พอวันนี้ ไปล่ะ หลับฝันดี :)
.............. (ภาพประกอบอาจจะไม่มี แต่เอาภาพใกล้เคียงไปก่อน)..............