วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

last day.......ไม่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีก

เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆกับตัวบ๋อมเองค่ะ
      มันเป็นวันที่บ๋อมได้มีโอกาศไปดูคอนเสิร์ทกับศิลปินที่บ๋อมชื่นชอบ (ขอไม่เอ่ยถึงแล้วกัน) ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด และอีกอย่างพ่อกับแม่ก็ไม่เคยปล่อยให้เราไปไหนไกลๆคนเดียว ยิ่งถ้ามาไกลอย่างกรุงเทพฯแล้ว เขายิ่งเป็นห่วงแต่ครั้งนี้ถือว่าโชคดีจริงๆที่มาได้ แต่ที่ภูมิใจกับตัวเองสุดๆคือ ทำไมถึงกล้า backpack เดินทางมาคนเดียว ทั้งๆที่ก็กล้าๆกลัวๆ บอกเลยความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นอย่างเดียวเลย แทบนอนไม่หลับ เพราะอยากจะเจอศิลปินเอามากๆ แต่แล้ววันงานเมื่อไปถึงสถานที่จัดงานบ๋อมก็ยังงง อีกทั้งมาเช้าเกินไปไม่รู้จะไปยังไงแถมเป็นครั้งแรกด้วยที่ศิลปินมา และตัวเราเองก็ได้เจอเขาครั้งแรกแวบแรกที่ถึงหน้างาน กังวลเอามากๆเลยค่ะ เพราะเรามาคนเดียวแถมไม่รู้จักใครด้วย แต่ความคิดตอนนั้นคือ "เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน" บ๋อมเดินไปทางโรงจอดรถของงาน ซึ่งไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ ตอนนั้นกลัวจะมาผิดวันมาก เพราะไม่เจอใครเลย ก็เลยตัดสินใจเดินเข้าไปถามพี่กลุ่มหนึ่งที่เขานั้งอยู่ตรงใกล้ๆกับงาน เท่านั้นแหละพี่เขาบอกว่ามางานเดียวกันโฮ้ยย ... โล่งใจสุดๆไปเลย เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่มารอที่เดียวกัน ก็เลยรบกวนพี่เขาเข้าไปงานพร้อมกัน พี่ๆเขาน่ารักและก็ใจดีมากๆเลยค่ะ
    นาทีที่เราทุกคนรอก็มาถึงเมื่องานกำลังจะเปิด บ๋อมเองกับพี่ๆเขาก็เตรียมตัววิ่งเพื่อจะเข้างานให้ทันและได้อยู่ข้างหน้า ตอนแรกพอไปถึงได้อยู่แถวกลางๆแต่พอเขาเปิดประตูเพิ่มก็เลยได้อยู่ข้างหน้า แต่ที่โชคดีมากๆคือบังเอิญได้อยู่ข้างๆพี่คนที่เขาพาเราเข้างานมาพอดีเลยคะ ดีใจมาก ก็ยืนพูดคุยกับพี่เขายาวเลยเรื่องศิลปินที่เราชอบ พี่เขาจะเป็นเมนศิลปินอีกคน แต่เราก็พูดคุยกันได้ วันนั้นคือนเราพากันยืนรอศิลปินทั้งฝนตก จนนั้งไม่ได้ แถมยังเบียดกัน แต่พี่เขาก็ให้เราอยู่ร่มด้วย ก่อนที่ศิลปินจะออกมาพี่เขาได้ถามเราว่า "แล้วเราจะกลับวันไหนเนี่ย กลับทันไหม" เพราะว่าวันนั้นเราดันจองคิวรถไว้เรียบร้อยแล้ว เราก็ตอบพี่เขาตามสถานการณ์เลย ในที่สุดศิลปินก็ออกมา เราสนุกสนานกันมาก แถมยังให้เบอร์โทร กับ e-mail พี่เขาไปด้วย แต่เราไม่ได้เบอร์พี่เขาเพราะตอนนั้นโทรศัพท์หยิบยากมาก แต่แล้วเวลาก็ดันไม่เป็นใจ เมื่อเพียง 1 นาทีเท่านั้นหลังจากที่งานเลิก ตัวเราเองต้องรีบกลับ เพราะกลัวจะไม่ทันขึ้นรถกลับ เพราะแถวงานรถติดอย่าบอกใครเลย นาทีนั้นเพื่อนๆพี่เขาก็เข้ามาหาพอดี แต่ตัวเราก็รีบจริงๆ เลยไม่ได้บอกกล่าวอะไรพี่เขาเลย พอจะหันไปบอกคนก็เดินสวนไปมาเลยตัดสินใจวิ่งไปรอรถเพื่อจะกลับ................
บอกเลยว่าตอนนั้นรู้สึกผิดมาก ที่ไม่ได้อยู่คุยกันต่อ ทั้งๆที่ดีใจมากๆเลยที่เจอพี่เขา จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงจำชื่อจำหน้าพี่เขาได้ แถมยังมีรูปถ่ายที่ถ่ายด้วยกันอีก แต่เสียดายที่พอจากวันนั้นจะ 3 ปีแล้วก็ไม่ได้เจอพี่เขาอีกเลยทั้งๆที่อยากเจอมากแค่ไหน แต่ไม่คิดเลยคะว่าแค่ไม่กี่นาที ก็ทำให้ไม่ได้เจอกันอีกเลย
อยากขอบคุณสำหรับวันนั้นมากเลยน่ะค่ะ ขอบคุณจริงๆ เพราะถ้าวันนั้นบ๋อมไม่เจอพี่บ๋อมอาจจะไม่สนุกขนาดนี้ก็ได้ และบ๋อมยังหวังอยู่เล็กๆน่ะค่ะว่าจะได้เจอพี่อีครั้ง แค่ครั้งเดียวถ้าได้เจอกันอีก

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เมื่อจุฬาพูดคุยกับคนญี่ปุ่น :)

พอดีเดินไปเลยลองเดินไปชิมชาชองเขาดู แล้วเราก็ถามเขาว่า
me:นี้คือชาอะไรหรอค่ะ (ภาษาญี่ปุ่น)
japannes : เขาตอบแล้วก็ยิ้ม แล้วก็พูดกะเรารัวเลย บอกว่านี้เป็นชาขาวจากคุมาโมโตะค่ะ มีที่คุมาโมโตะที่เดียวน่ะ รสชาติจะต่างจากที่อื่นใช่ไหมค่ะ
me : ค่ะ รสชาติค่อนข้างหวานๆ
japannes : ใช่ค่ะชาของเราจะค่อนข้างหวาน
me : อร่อยมากเลยค่ะ
ปล.คือเขาดูน่ารักมากเลย พอเราฟังเขาพูดแล้วเรารู้สึกว่าเขาดูมีความรู้จริงๆอ่ะน่ะ แล้วด้วยความที่เขาก็รู้ว่าเราเป้นคนไทยน่ะค่ะ แต่รู้สึกกว่าเขาดูเป็นมิตรดี แต่อันนี้คือเห็นมากะตาน่ะ แล้วก็เข้าไปพูดกะเขาเอง ถามว่ารู้สึกเขินไหน ก็มีนิดหน่อยน่ะ แต่เราเองไหนๆก็เรียนมา ก็เอาวิชาที่ฝึกฝนมาเนี่ยแหละ มาใช้ สำหรับตัวเราการได้ลองพูดอะไรแบบนี้ดู มันเหมินเติมความรู้ใส่สมองให้ตัวเองไม่รู้จบ แม้วว่าจะเคยเรียนมาแต่ใช่ว่าจะเก่งทุกคนจริงไหม ถ้าไม่ได้ใช้มันเราก็ลืมได้ตัวบ๋อมเองคำง่ายๆยังลืมเลย ตอนนี้ก็รู้สึกเลิกกลัวกับเจ้าของภาษามากขึ้นแม้ว่าจะยังไม่เก่ง หรือเรียกได้ว่าไม่เก่งเลย แต่ก็ยังคงจะพัฒนาตัวเองต่อไป ให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้

โอ้ยยยยาวเนอะวันนี้เหมือนฟังคนบ่นอะไรไม่รู้ให้ฟัง  ก็รู้ทั้งรู้น่ะว่าไม่มีใครอ่าน หรือคนที่อ่านก็ต้องขอบคุณเป็นอย่างสูง แค่อยากจะเล่าประสบการณ์เล็กๆน้อยให้ฟังเพราะบ๋อมเองก็ไม่ใช่คนที่เก่งโคตร หรือเป็นญาติคนดังที่ไหนและไม่ใช่คนที่โตมาด้วยกองเงินกองทอง แต่อยากบอกคนที่มีความพยายามเหมือนๆกันว่า เราทุกคนไม่มีใครเดินมาผิดทางขึ้นอยู่กับว่าเราจะเชื่อมั่นกับทางที่เดินแค่ไหน  เดี่ยวยาวแค่นี้พอวันนี้ ไปล่ะ หลับฝันดี :)
.............. (ภาพประกอบอาจจะไม่มี แต่เอาภาพใกล้เคียงไปก่อน)..............

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ความหวังของเรา.......

ความหวังของเราอยู่ที่ไหน สำหรับเราคือความรักและความรู้สึก รักที่จะทำ รักที่จะพยายามต่อไป รู้สึกถึงความเจ็บปวด รู้สึกถึงความสุข,ผิดหวัง ความหวังของเราอยู่ที่ตัวเราแต่ให้อุปสรรค์มาก ขอให้มองไปข้างหน้าลบอดีกัน แล้วทำมันต่อ จะเหนื่อยกับมันอีกี่ครั้งก็ทำมันเถอะถ้ายังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ ............... #いつか

‪#‎ฝากถึงคุณอุปสรรค์‬ ‪#‎ผู้ซึ่งคอยพลักเราตลอดเวลา‬

นี้คุณอุปสรรค์ค่ะเราเคยเคยทะเละเบะแว้งกันรึไง ทำไมถึงมาทำให้รู้สึกแย่กันน่ะ แต่จะบอกอะไรให้ต่อให้คุณมาขวางทางเรา เราก็จะไม่ยอมหรอกน่ะ เพราะเราก็มีเป้าหมายของเรายังไงก็จะผ่ายคุณไปให้ได้ เวลาเจคุณตัวฉันล่ะเหลือยใจ แต่ไม่เป็นไรจะเริ่มนับ 0 อีกครั้ง เข้าใจแล้วน่ะคุณอุปสรรค์

‪#‎ฝากถึงโชคชะตา‬ ‪#‎ผู้ซึ่งไม่เคยพบเจอกัน‬

นี้โชคชะตาฉันไม่ท้อหรอกน่ะตราบไดที่ฉันจะพยายามและมีความหวังอยู่ เธอจะมาขีดเส้นให้ฉันไม่ได้หรอกน่ะ ฉันจะไม่กลัวเธออีกต่อไป แล้วก็เลิกไปขีดเส้นกำหนดให้คนอื่นได้ล่ะน่ะ เพราะฉันยังคงเชื่อว่าความยายามต้องชนะเธอแน่ๆ โชคชะตา แต่ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ได้พบกะเขาในครั้งนั้น เพราะมันจะยังอยู่ในทุกส่วนและหน่วยของความจำตลอดกาล ถ้าโชคชะตาพาเรามาไกลแล้วแต่เรายังรู้สึกไกลไม่พอ ตราบใตที่สิ่งที่เราลงมึงทำยังไม่สำเร็จ ความห่างไกลไม่ใช่ปัญหา ........ ขอบคุณการเดินทางของโชคชะตา