วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ความผิดพลาดที่ไม่อาจโทษใครได้

เรื่องเกิดเมื่อวานตอนกลางดึก
เราก็เข้ามานั้นเล่นคอมฯเหมือนทุกๆวัน
และวันนั้นแม่ก็กลับบ้านมาพอดี 

พอพี่สาวเราทักว่ารองเท้าแกหายไปไหน
เราหัวเสียมากเพราะถอดไว้ตรงหน้าบ้านอย่างดี
ด้วยความที่เพิ่งจะใส่

"ซวยแล้ว"
หมามาคาบไปแหงเลย
เราก็ออกตามหาตอนนั้นทันที

ประเด็นหมาตัวนั้นดุมากๆเลยดุจนขนาด
เคยกัดเด็กข้างบ้านไปแล้ว
แต่ก้ไม่ใช่ประเด็นหรอก

พอตามหาหายังไงก็ไม่เจอ 
แถมโดนด่าอีก
อะไจะซวยขนาดนี้น่ะ

พอรุ่งขึ้นของวันนี้ก็ไปตามหาอีก
คราวนี้ไปถามเจ้าของบ้าน
เขาก้ให้คำตอบกลับมาว่า

"หมาพี่ไม่กัดรองเท้ามานานแล้วค่ะ มันมีหมาตัวสีน้ำตาลมันชอบกัดรองเท้า"
เฮ้ยยย!!! เราได้ยินก็เหนี่อย
และตัดสินใจออกตามหารองเท้าต่อไป

ไปรอบหมู่บ้านเลย
แต่ก็ไม่เจอจนป่านนี้ก็ไม่เห็น 
เราแถบอยากจะร้องไห้ T_T

ร้องเท้าคู่ใจ เป็นคู่ที่พาเราไปทุกที่
ขาดมันไป ก็ไม่รู้จะหารองเท้าคู่ไหนมาแทนด้วย
ทำไม ทำไม แย่จัง

แล้วตอนนี้มันมีข้างเดียว
จะหาคู่ได้ยังไง


นี้คงเป้นบทเรียนให้กับเราซิน่ะ
ว่าครั้งหน้าควรจะรอบครอบกว่านี้
จะไม่เอารองเท้าวางไว้ที่หน้าบ้านอีก

เอาเถอะ
พลาดวันนี้วันหน้าจะไม่พลาดอีก
มันเป็นการเตือนสติเราน่ะ

อุดมคติในวัยละอ่อน

สวัสดียามเย็นๆค่ะ (ดึกดื่น) ฮ่าา วันนี้เราก็ได้ออกไปข้างนอกมา ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะมาเจอผู้คนมากมายหลายประเภทเลย ก็สวนสาธารณะนี้นา เจอทั้งคนที่อายุมากสุด วัยรุ่ย (เท่าๆเรา) วัยเด็กๆ ที่กำลังซุกซน เมื่อมองไปรอบๆก็จะเจอคนเหล่านี้เขาอยุ่ด้วยกัน เออนั้นซิน่ะจะแปลกตายังไง มันไม่ใช่เรื่องแปลกตาอะไรเลยจริงๆค่ะ ระหว่างที่เดินถ่ายภาพไปนั้น เราก็ชวนพี่สาวไปนั้งเล่นชิงช้า แกว้งไปแกว้งมา ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ ว่า "เอ่ะ ตอนเด็กๆที่เรานั้นเล่นชิงช้าแบบนี้มันความรู้สึกเหมือนตอนนี้ไหมน่ะ" แต่กลับจำความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้เลย ถ้าเรายังเป็นเด็กอยู่ล่ะก็เราคง คิดแต่เรื่องสนุกๆไปวันๆแน่ๆเลย คงไม่ได้มานั้งคิดว่าตัวเองจะต้องเดินทางไปทางไหน เพราะตอนเด็กๆเราเองก็เป็นคนที่ซุกซน คิดแต่เล่นอย่างเดียว เลยมองไม่เห็นความถนัดของตัวเอง แต่ก็ไม่แปลกหรอกจริงไหม เพราะวัยเท่านั้นถ้าไม่เล่นก่อกองทรายไม่เล่นวิ้งไล่จับก็คงไม่เรียกว่าเด็ก ซึ่งเราเองก็ได้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ตอนนั้นสมัยที่ยังอยุ่ช่วงอนุบาลเราเคยเรียนที่เอกชนมาตลอด เรียนมาจนถึง ป.2 แม่เราก็ซื้อบ้านใหม่ซึ่งมันไกลจาก รร.มากเชื่อไหมว่าตอนที่เรียนอยุ่ โรงเรียนเอกชนน่ะ เราเรียนได้เกรด 4.00 ทุกเทอม ใครเป็นพ่อเป็นแม่ก็ภูมิใจน่าดูล่ะน่ะ แต่ในเมื่อ โรงเรียนกับบ้านใหม่ไกลกันมากกกกก มากจริงๆ เราจึงจำเป็นต้องย้ายโรงเรียน แรกๆไม่คิดอะไรเพราะคิดจะอยู่โรงเรียนไหนก็ได้ไปหมดพ่อกับแม่ก็เลยไปเจอโรงเรียนที่อยู่ในตัวเมือง ซึ่งห่างจากที่บ้านไม่ไกลมาก เป็นโรงเรียนรัฐฯสมัยนั้นไม่รู้หรอกว่ารัฐกับเอกชนคืออะไร รู้แค่ว่าเรียนที่ไหนก็ได้เดี่ยวก็ปรับตัวได้เอง ฮ่าาา เมื่อมาถึงจุดครายแม๊ค เป็นวันเปิดเทอมก็ไปโรงเรียนเหมือนเด็กที่นั้นแต่ก็แอบหวั่นๆกล้าๆกลัวๆเพราะไม่คุ้นกับที่นี้ พร้อมกับความรู้สึกที่แบบ เด็กที่นี้ดูไม่เป็นมิตรเท่าไรเลย แต่ด้วยความเป็นเด็กก็เลยไม่ได้คิดอะไร พอได้เข้าไปเรียนเวลาผ่านไปแค่ 1ปี พอเกรดออก แม่เราตกใจและก็ด่าใหญ่เลย  ส่วนพ่ออ่ะน่ะไม่ต้องถามเลย ไม้แขวนเสื้อเตรียมจะตีเราลูกเดียวเลย เราเองด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยพูดค่อยจา ได้แต่ร้องไห้แล้วก็ปล่อยให้เขาตี พ่อกับแม่ก็ตะคอกใส่เราด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างมาก "ทำไมเกรดถึงตกขนาดนี้ " "มัวแต่เล่นใช่ไหม" "ตอบมาซิทำไมเกรดถึงตกได้ !!!!!!!!!!" ในความรู้สึกมันน่ากลัวมาก.....เราก็พูดไม่ออกไม่รู้จะอธิบายยังไงก็ได้แต่ร้องไห้ จากที่เกรดได้ 4.00 กลับกลายเป็น 2กว่าๆ ซึ่งเป็นใครๆก็คงตกใจแต่จะทำยังไงได้ ก็อาจารย์สอนไม่ได้เรื่องจริงๆน่ะ ตอนนั้นเราอยุ่แค่ ป.3 แต่เนื้อหาที่เราเรียนอย่างกะอยุ่ ม.2 แล้วก็ลองคิดดูน่ะเด็กที่เด็กที่เรียน เอกชนมาก่อน  การสอนก็จะต่างกันและที่นั้นจะสอนแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้คือเอาใหม่จนกว่าจะได้ ถ้ายังทำไม่ได้อีกก็โดนตี แต่ที่นี้พลิกชีวิตเราเลย ไม่เข้าใจค่อยถามอ่ะใช่แต่เพื่อนในห้องก็จะมองว่าเราโง่เพราะว่าคนอื่นเขารุ้เรื่องหมดแล้ว และก็ถูกแกล้งต่างๆนานาที่โรงเรียนอ่ะร้องไห้แทบจะทุกวันแต่พอ ถึงบ้านก็ต้องกลันน้ำตา เพราะในใจอยากบอกพ่อกับแม่มากๆเลยว่า "หนูอยากย้ายโรงเรียน หนูอยากกลับไปเรียนที่เดิม" แต่ด้วยความเป็นเด็กขี้อายมากๆๆ เลยได้แต่นั้งเงีบยและ ก็จะถูกถามทุกวันว่ามีการบ้านไหมและต้องไปนั้งทำต่อหน้าพ่อกับแม่ ถ้าวันไหนตอบไม่มีก็จะถูกค้นกระเป๋าและถ้าเจอก็จะถูกตี โตนตีบ่อยอยู่เหมือนกันแต่ทำอะไรไม่ได้ นี้ก็เป็นชีวิติตอนเด็กๆที่ผ่านมาได้ แต่ยังมีอีกน่ะเพียงแต่ต้องรอตอนต่อไปว่าชีวิตเราเจออะไรมาอีกบ้างก่อนที่จะค้นพบตัวเอง และค้นพบเจอเมื่อไร วันนี้ขอฝากไปด้วยกับรูปที่ไปถ่ายมาอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาแต่ว่าก็อาจจะเกิดจุดประกายสำหรับใครซักคน

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

My firts Project

สองสะมวันก่อนเราเองลองคิดโปรเจค เล่นๆดู ก็เลยไปเจอ flashmob ด้วยควะมที่ชื่นชอปศิลปินญี่ปุ่นอยู่แล้ว และคลั้งไคล่ j-pop อยู่แล้ว แต่ไม่ขอเอ่ยว่าใคร วงอะไรล่ะกัน ฮ่าา เลยลองไปเสนอโปรเจคนี้ให้กับทางเพจที่เขาทำให้กับศิลปินกลุ่มนี้ และลองถามความคิดเห็นจากคนรอบข้างดูว่า โปร์เจคที่เราคิดเป็นยังไง ส่วนใหญ่ทุกคนดูจะชอบซะด้วยซ่ำ แต่ตอนลองไปเสนอน่ะใจเต้นสุดๆเลย กลัวว่าจะไม่มีใครตอบกลับมา เราเดินวนห้องไปมา "ทำไมไม่มีใครตอบกลับมาน่ะ ทำไม ทำไม ทำไมกันๆๆๆ " แค่คิดก็จะนอนไม่หลับ พอเวลาผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ "กรื๊ดดดดดดด!!! เฮ้ยพี่เขาตอบมาล่ะ " พอเล่าโปร์เจคนี้ไห้ฟังน่ะ พี่เขาก็พูดเหมือนเห็นด้วย และก็บอกว่ะดิน่ะ พี่เขาก็เคยคิดจะทำ เพียงแต่ตอนนั้นเหมือนจะไม่มีใครสนใจ และอุปสรรค์ค่อนข้างเยอะพี่เขาเลยยกเลิกไป เราเองพอฟังอย่างนั่ก็หวั่นนิดๆน่ะ แต่พี่ๆเขาก็บอกเดี่ยวติดต่อกลับอีกที ว่ะจะทำรึเปล่า จนป่านนี้เราเองยังไม่ได้คำตอบเลยล่ะ แต่เราก็ไม่ท้อน่ะเพราะแค่เริ่มต้น และจะคิดโปร์เจคต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับรอฟังคำตอบจากเพจ #พยายามต่อไป #カンバす。

こんばんはBlogger.bomu はじめます。

皆さん、こんにちは私ボムです。バック(BLOG)が初めてです。よろしく お願い足します。今は私いろいろ projectするです。写真のPHOJEECT。
 สวัสดีค่ะ หากมีคนได้อ่านบล๊อกของเราคงเป็นเกรียจและต้องขอบคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ บล๊องนี้เราเองก็เพิ่งมีเวลาที่ะได้มาเล่นเช่นกัน เลยถื่อว่าเป็นครั้งแรก!!! ฮ่าาา อาจจะดูเพ้อๆนิดนึงน่ะ เราเองก็เป้นเด็กธรรมดาเนื่ยแหละ แต่ไม่รู้ทำไมกัน พ่อกะแม่ของเราอยากให้รับราชการ (ทั้วไป) แต่เราค่อนข้างจะเชื่อมั่นในตัวเองสูง เราอยากทำงาานที่ ญี่ปุ่น เราอยากเป้นช่างถ่ายภาพ และที่ใฝ่ฝันไว้สุดๆก็น่าจะเป็นการได้เป้นผู้กำกับที่ ญี่ปุ่น ฮ่าาา ฟังดุอาจจะเพ้อใช่ป่ะ ก็ไม่แปลหรอกที่ทุกคนคิดอย่างนั้น ตอนนี้เราเองก็กำลังเรียนภาษาอยุ่ แค่กำลังพัฒนาตัวเอง เราอ่ะน่ะเป้นคนไม่ค่อยมีพรสวรรค์สักเท่าไรเลย เลยอาจจะต้องกระตือรือล้นกว่าเด็กที่มีพื้นฐานอยุ่แล้ว ส่วนภาาาญี่ปุ่นที่เขียนอยุ่ข้างบนอ่ะน่ะ เราก็แถๆไป อาจมีผิดพลาดได้ 555 หวังว่าคงให้อภัยน่ะ เราว่าเราก็พุดมาซักพักแล้วเกี่ยวกับความฝันนั้นเป้นแค่ส่วนเล้กๆ แค่น้ำจิ้ม ^6^ เราจะเล่าประวัติให้ฟังคร่าวคร่าวน่ะ
เรากำลังเรียนอยุ่ ม.6 เอาตามตรงก็กำลังจะจบแล้วหละ
เป็นคนคิดตลอดเวลา ถ้าไม่ได้คิดจะนอนไม่หลับ
ชอบการถ่ายภาพและการวาดรูป (ถึงจะออกมาห่วยก็ตามน่ะ)
ที่สำคัญ "อยากจะสร้างแรงบรรดาลใจให้กับคนที่ต้องการเดินทางตามฝันตัวเอง ทั้งๆที่ทุกคนบอกว่าสิ่งนั้นมันไม่มีทางเป็นไปได้  คนที่โดดเดี่ยว คนที่กำลังค้นพบตัวเอง คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เหลือใคร คนที่เป้นขบท " ทุกอย่างที่ว่ามานั้นเราเองก็เจอ  ฉะนั้นการได้สร้าง inspai ให้กับคนเหล่านี้จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ดี
ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไร "คนที่ยังเชื่อมันในความคิดความฝันของตัวเองอยุ่ อย่าหยุดเดินเพราะเพียงคำพูดของคนที่เขาไม่สัธทาในตัวเอง จงถามตัวเองอยู่ตลอกเวลา เพราะสิ่งที่คุณคิดผลสุดท้ายไม่ว่าจะยังไง คุณเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงมัน"
เอาล่ะเราเล่าวะเยอะเลย ก็อ่ะน่ะเราค่อนข้างจะเป้นคนที่พูดมากกกกกกกกกกกกก !!! จริงๆ
ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคนที่เข้ามาสนใจบล๊อกเรา ขอบคุณมากๆเลยน่ะค่ะ
เป็นรุปที่เราวาดเอง ดูกลางๆเนอะ อาจจะศิลป์ไม่พอ ^^