วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อุดมคติในวัยละอ่อน

สวัสดียามเย็นๆค่ะ (ดึกดื่น) ฮ่าา วันนี้เราก็ได้ออกไปข้างนอกมา ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะมาเจอผู้คนมากมายหลายประเภทเลย ก็สวนสาธารณะนี้นา เจอทั้งคนที่อายุมากสุด วัยรุ่ย (เท่าๆเรา) วัยเด็กๆ ที่กำลังซุกซน เมื่อมองไปรอบๆก็จะเจอคนเหล่านี้เขาอยุ่ด้วยกัน เออนั้นซิน่ะจะแปลกตายังไง มันไม่ใช่เรื่องแปลกตาอะไรเลยจริงๆค่ะ ระหว่างที่เดินถ่ายภาพไปนั้น เราก็ชวนพี่สาวไปนั้งเล่นชิงช้า แกว้งไปแกว้งมา ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ ว่า "เอ่ะ ตอนเด็กๆที่เรานั้นเล่นชิงช้าแบบนี้มันความรู้สึกเหมือนตอนนี้ไหมน่ะ" แต่กลับจำความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้เลย ถ้าเรายังเป็นเด็กอยู่ล่ะก็เราคง คิดแต่เรื่องสนุกๆไปวันๆแน่ๆเลย คงไม่ได้มานั้งคิดว่าตัวเองจะต้องเดินทางไปทางไหน เพราะตอนเด็กๆเราเองก็เป็นคนที่ซุกซน คิดแต่เล่นอย่างเดียว เลยมองไม่เห็นความถนัดของตัวเอง แต่ก็ไม่แปลกหรอกจริงไหม เพราะวัยเท่านั้นถ้าไม่เล่นก่อกองทรายไม่เล่นวิ้งไล่จับก็คงไม่เรียกว่าเด็ก ซึ่งเราเองก็ได้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ตอนนั้นสมัยที่ยังอยุ่ช่วงอนุบาลเราเคยเรียนที่เอกชนมาตลอด เรียนมาจนถึง ป.2 แม่เราก็ซื้อบ้านใหม่ซึ่งมันไกลจาก รร.มากเชื่อไหมว่าตอนที่เรียนอยุ่ โรงเรียนเอกชนน่ะ เราเรียนได้เกรด 4.00 ทุกเทอม ใครเป็นพ่อเป็นแม่ก็ภูมิใจน่าดูล่ะน่ะ แต่ในเมื่อ โรงเรียนกับบ้านใหม่ไกลกันมากกกกก มากจริงๆ เราจึงจำเป็นต้องย้ายโรงเรียน แรกๆไม่คิดอะไรเพราะคิดจะอยู่โรงเรียนไหนก็ได้ไปหมดพ่อกับแม่ก็เลยไปเจอโรงเรียนที่อยู่ในตัวเมือง ซึ่งห่างจากที่บ้านไม่ไกลมาก เป็นโรงเรียนรัฐฯสมัยนั้นไม่รู้หรอกว่ารัฐกับเอกชนคืออะไร รู้แค่ว่าเรียนที่ไหนก็ได้เดี่ยวก็ปรับตัวได้เอง ฮ่าาา เมื่อมาถึงจุดครายแม๊ค เป็นวันเปิดเทอมก็ไปโรงเรียนเหมือนเด็กที่นั้นแต่ก็แอบหวั่นๆกล้าๆกลัวๆเพราะไม่คุ้นกับที่นี้ พร้อมกับความรู้สึกที่แบบ เด็กที่นี้ดูไม่เป็นมิตรเท่าไรเลย แต่ด้วยความเป็นเด็กก็เลยไม่ได้คิดอะไร พอได้เข้าไปเรียนเวลาผ่านไปแค่ 1ปี พอเกรดออก แม่เราตกใจและก็ด่าใหญ่เลย  ส่วนพ่ออ่ะน่ะไม่ต้องถามเลย ไม้แขวนเสื้อเตรียมจะตีเราลูกเดียวเลย เราเองด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยพูดค่อยจา ได้แต่ร้องไห้แล้วก็ปล่อยให้เขาตี พ่อกับแม่ก็ตะคอกใส่เราด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างมาก "ทำไมเกรดถึงตกขนาดนี้ " "มัวแต่เล่นใช่ไหม" "ตอบมาซิทำไมเกรดถึงตกได้ !!!!!!!!!!" ในความรู้สึกมันน่ากลัวมาก.....เราก็พูดไม่ออกไม่รู้จะอธิบายยังไงก็ได้แต่ร้องไห้ จากที่เกรดได้ 4.00 กลับกลายเป็น 2กว่าๆ ซึ่งเป็นใครๆก็คงตกใจแต่จะทำยังไงได้ ก็อาจารย์สอนไม่ได้เรื่องจริงๆน่ะ ตอนนั้นเราอยุ่แค่ ป.3 แต่เนื้อหาที่เราเรียนอย่างกะอยุ่ ม.2 แล้วก็ลองคิดดูน่ะเด็กที่เด็กที่เรียน เอกชนมาก่อน  การสอนก็จะต่างกันและที่นั้นจะสอนแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้คือเอาใหม่จนกว่าจะได้ ถ้ายังทำไม่ได้อีกก็โดนตี แต่ที่นี้พลิกชีวิตเราเลย ไม่เข้าใจค่อยถามอ่ะใช่แต่เพื่อนในห้องก็จะมองว่าเราโง่เพราะว่าคนอื่นเขารุ้เรื่องหมดแล้ว และก็ถูกแกล้งต่างๆนานาที่โรงเรียนอ่ะร้องไห้แทบจะทุกวันแต่พอ ถึงบ้านก็ต้องกลันน้ำตา เพราะในใจอยากบอกพ่อกับแม่มากๆเลยว่า "หนูอยากย้ายโรงเรียน หนูอยากกลับไปเรียนที่เดิม" แต่ด้วยความเป็นเด็กขี้อายมากๆๆ เลยได้แต่นั้งเงีบยและ ก็จะถูกถามทุกวันว่ามีการบ้านไหมและต้องไปนั้งทำต่อหน้าพ่อกับแม่ ถ้าวันไหนตอบไม่มีก็จะถูกค้นกระเป๋าและถ้าเจอก็จะถูกตี โตนตีบ่อยอยู่เหมือนกันแต่ทำอะไรไม่ได้ นี้ก็เป็นชีวิติตอนเด็กๆที่ผ่านมาได้ แต่ยังมีอีกน่ะเพียงแต่ต้องรอตอนต่อไปว่าชีวิตเราเจออะไรมาอีกบ้างก่อนที่จะค้นพบตัวเอง และค้นพบเจอเมื่อไร วันนี้ขอฝากไปด้วยกับรูปที่ไปถ่ายมาอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาแต่ว่าก็อาจจะเกิดจุดประกายสำหรับใครซักคน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น