วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทสรุป การทำงานกับคนญี่ปุ่น vs คนไทย

เอาจริงๆก็ดีทั้งสองอย่างค่ะ แต่เราเองจะตัดสินทั้งหมดเลยก็ไม่ได้มันแค่เเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่เราเองพบเจออยู่บ่อยครั้งและเราก็จะละเลยไปไม่รู้จบ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหนก็ต้องอดทนไว้ ถ้าถามว่าทำไมถึงมาทำหละถ้าคิดว่ามันไม่ดี.เอาจริงๆเราเคยถามตัวเองไหมค่ะว่าเราต้องการอะไรกันแน่กับสิ่งที่ทำ คำตอบของบ๋อม คือเงินค่ะ เอาเงินไปทำอะไร ไม่เห็นแปลกใครๆก็ต้องอยากได้เงิน ตอบเลยว่าจริงค่ะ แต่เงินที่ว่านี้บ๋อมตั้งใจว่าจะเก็บไว้ไปพัฒนาตัวเองด้านภาษาและสอบวัดระดับให้ได้ดีๆ เพราะบ๋อมเองไม่ได้เรียนคณะนี้โดยตรง แต่บ๋อมก็อยากจะเอาสิ่งที่ตัวเองรักและชอบมาพัฒนาซึ่งกันและกัน.ซึ่งวันหนึ่งเมื่อบ๋อมสอบผ่านในระดับนั้น บ๋อมเองก็จะขอทุนเพื่อสอบต่อเพื่อจะไปทางานที่ญี่ปุ่นอีกที งานตรงนี้มันเป็นแค่ก้าวแรกๆด้วยซ่ำแต่บ๋อมแค่รู้สึกว่าเราละเลยอะไรไปรึเปล่า.เราให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากแค่ไหน ไม่มีใครบอกเราได้หรอกว่าดีไม่ดี มันอยู่ที่ความรู้สึกและประสบการณ์ที่แต่ละคนเคยผ่านมา เจอมากๆก็ยิ่งใช้ชีวิตเก่งขึ้น ดังนั้นที่อยากบอกถึงความแตกต่างของการทำงานใน 2 ประเทศที่เคยทำมา บ๋อมก็ยีงชอบความเอาใจใส่ทุกตารางนิ้วของญี่ปุ่น แต่ข้อเสียก็มีค่ะจะทำให้เราตามไม่ค่อยทันแล้วก็จะรู้สึกอึดอัดบ้าง.(แค่กับบ๋อมบ๋อมสนุกที่ได้ทำงานร่วมกับเขาน่ะ ส่วนคนอื่นเราไม่รู้) กันคนไทยเราก็ดีค่ะเราเองเป็นสยามเมืองยิ้ม.เรายิ้มได้ดีตลอดเวลา เรามีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองเหมือนกันแต่ไม่เคยหยิบมาใช้ได้ภูกเวลาเลยเพราะเราละเลยไงค่ะ.เราละเลยสิ่งที่ไม่ละเอียดอ่อน เมื่อเกินปรัญหารเรามักพูดว่า "ไม่เป็นไรหรอก ช่างมันเถอะ"  แต่ที่โน้น "ไม่น่ะคณต้องทำให้ได้ซิ.คุณมีศักยภาพมากแค่ไหนทำออกมาให้ได้ซิ แค่นี้จะปล่อยไปได้ยังไง" เอาแค่ละคนก็ยังทำให้เราอยากทำงานพาท์ไทม์เลยค่ะ. แต่พอเป็นบ้านเรากลับเจอแต่ลูกเศรษฐีทั้งนั้นเลย ถึงบอกว่าแค่เรื่องเล็กๆที่ไม่สนใจ.มันคือปัญหาใหญ่ที่เราเจอจนเบื่อ.....

2 ความคิดเห็น: